เสาร์ที่ ๒ ก.ย. ๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

มาละครับ มาช้าเป็นบ้าเลยเนาะ แต่ก็นั่นแหละ แบบว่ามีธู่ระยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังอยู่รอบกะเอวง่ะ มันเก๊าะเลยเป็นจั่งซี้

และที่ต้องใช้เวลามากมายปานฉะนี้ก็เพราะว่าความสามารถมีน้อยกว่าที่คิดงั้ย … มะงั้นไอ้ธุระที่ว่าเสร็จไปนานละ

ยกตัวอย่างเมื่อบ่ายวันเสาร์ ทั้ง ๆ ที่รีบกลับมากินข้าวบ้าน … ไม่กินได้ไง กับข้าวไหว้สารทจีนเหลือเบะบะ อย่างไก่ ๒ ตัว เป็ด ๒ ตัวนั่น เพิ่งจะกินไก่ไปได้ครึ่งตัวเอง

นี่แค่ของไหว้ ๒ บ้านนะ ยังไม่ได้นับที่ไร่อีก … ถ้านับน่ะเหรอ อีกเยอะแยะตาแป๊ะไก๋เลย

เริ่มจากเจ้าของที่ดินเก่าเค้าบนบานศาลกล่าวเจ้าพ่ออะไรก็ไม่รู้ล่ะว่าถ้าขายได้จะตั้งศาลให้ แล้วพอขายได้จริง ๆ ก็ตั้งศาลไว้ในที่ดินผืนนั่นแหละ จากนั้นก็เปิดตูดแน่บ ตกเป็นภาระหน้าที่ที่เจ้าของใหม่ต้องมาปรนนิบัติ

นี่ดีนะว่าท่านเจ้าของไร่คนปัจจุบันท่านรวบรัดจัดของไหว้แต่เพียงชุดเดียว ทั้ง ๆ ที่ศาลเจ้าพ่อที่ว่านั่น อัญเชิญมาประทับถึง ๒ องค์ … เป็นพระสหายกันนี่เนาะ เหวยร่วมถาดเดียวกันเฮอะ …

นี่ถ้าเป็นดาราชายสมัยนี้ขืนมาเข้าคู่กันอย่างนี้ คงได้นินทากันขรม

ยังมีอีกเรื่อง ที่วันดีคืนดี ท่านเจ้าของไร่ดันไปเห็นดวงไฟลอยไปลอยมาอยู่ท้ายไร่ หะแรกกระป๋มนึกว่าเป็นไฟหน้ารถมอ’ไซค์ที่หนุ่มสาวเข้าไปพลอดรักกันในป่า แต่ดูไปดูมามันก็ไม่ใช่ ท่านเจ้าของไร่เลยจัดแจงตั้งศาลเพียงตาไว้ที่ชายป่า นัยว่าจะเซ่นวักตั๊กแตนเจ้าป่าเจ้าเขาอะแหละ

และอีงวดนี้ท่านเจ้าป่าก็เสกซุงมานอนเขลงอยู่ท้ายไร่ ๕ ท่อน ปีกไม้อีก ๓ … ร้อนถึงท่านเจ้าของไร่ต้องรีบแจ้งป่าไม้ให้มาเก็บเอาไป

มะงั้นซวย …

และดีนะที่ “ตี่จู้” ฉันเจ … เต็มอกเต็มใจหรือเปล่าไม่รู้ล่ะ แต่จัดเจถวายมาแต่แรก มะงั้นตรงนี้ก็เป็ดตัวไก่ตัวอีกแหงม

ไม่นับโต๊ะหมู่บนเล่าเต๊งนะครับ อันนั้นถวายเจอยู่ละ … พระพุทธนี่เนาะ … จะเลือกดิบเลือกสุกเหมือนคฤหัสถ์ได้ไที่ไหน

ที่พูดไปนั่นเพิ่งจะแค่แปลงเดียวหนา สำหรับอีกแปลงนึงนั่นยังไงไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะมีศาลตายายอยู่กลางไร่ … คือแถบนั้นเค้านิยมกันอย่างนั้นอะครับ นัยว่าไว้คุ้มครองพืชผลกระมัง ธรรมเนียมนี้ก็คล้าย ๆ กะคนจีนที่นิยมตั้งศาลเจ้าที่ไว้ในที่ดินของตัวเอง

ถ้าไม่เชื่อลองไปอ่าน “ทรัพย์ในดิน” ของ เพิร์ล เอส บั๊ค ดูเอาเถิด

และแล้วตรงนี้ก็อีกชุดนึง … เป็ดตัวไก่ตัวหมูอีกชิ้น ตามมาด้วยปลาหมึกกะไข่ต้ม

ตะว่าคนเราอะเนอะ จะแบ่งภาคได้ไงในเวลาเดียวกัน ก็เลยต้องเที่ยวได้ไหว้วานชาวบ้านร้านถิ่นเค้าช่วยไหว้แหละ เลยมีเสียงนินทามาเข้าหูว่าถ้าเจ้าของไม่ไหว้เอง แล้วความเจริญจะเยื้องกรายมาได้ไงกัน

ไม่รู้สินะ ก็เห็นต้นยางฯ งอกงามดี ใบชนกันแล้วด้วย นี่เพิ่งจะต้นปี ๓ เองนะ

เอ่อ … ชนกันในระยะห่าง ๓ เมตรนะครับ ยังไม่ใช่ช่วง ๗ เมตรหรอก … อิอิอิ

ขยายความเพิ่มนิด เราปลูกยางฯ เว้นระยะห่าง ๗ คูณ ๓ เมตรครับ

ถึงไหนแล้วล่ะ … อ้อ … เพิ่งจะบรรยายว่าวันศุกร์ปั่นป่วนแค่ไหน คือผมเข้าไร่ไปตั้งตะวันพุธ พอเช้ามืดวันศุกร์ก็กลับบ้าน ส่วนเป็ดไก่ที่ว่ามานั่น ถอดกระดูกออกมาต้มน้ำซุบเรียบร้อยตั้งตะบ่ายแล้ว ส่วนเนื้อก็แช่แข็งไว้

เช้าวันเสาร์ก็ไปตีแบดฯ ได้เล่น ๕ เซ็ท ๑๐ เกมนะนั่น … เล่าโจ่งแจ้งยังงี้ ท่านโต้โผจะเก็บเงินเพิ่มหรือเปล่าเอ่ย …. เล่นเกินโควต้าง่ะ

แล้วก็อย่างว่า พอเล่นเสร็จก็กลับบ้าน กลับมานั่งแปล Journal ของท่าน ผช.ผบ.ทบ. คนเล็ก

รวมความแล้วท่าน ผช. ทั้งหลาย ไม่ว่าท่านจะเรียนสาขาวิชาไหน ท่านจะมี journal มาให้ผมแปลเสมอ ๆ … แปลฟรีนิ

ทำให้ในขณะแปลต้องเปิดเว็บศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถานซำเหมอ ๆ ถ้อยคำจะได้ตรงกัน มะงั้นผมบัญญัติเองแหลกหมด

จำได้ในครั้งกระนู้น ใน paper ของท่าน ผช. คนโต มีศัพท์ว่า fake drug ไอ้เราก็งมไปดิ แปลว่า’ไรดีว้า จะว่ายาปลอมก็ไม่ใช่ หันไปหันมาอยู่พักใหญ่ ถึงได้ศัพท์บัญญัติมาว่าเป็น “ยาหลอก”

เฮ้อออ … กรรมของเวร

อย่างครั้งนี้ของท่าน ผช. คนเล็ก สาขา PT เก๊าะเลยมีหัวข้อเกี่ยวกะการเคาะปอดตบปอดอะไรนั่น หะแรกผมก็แปล secretion ว่าสารคัดหลั่ง แต่ท่าน ผช. ท่านให้ใช้ว่าเสมหะ ซึ่งมันก็ตรงดี

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่น่าแปล cough ว่า “ไอ” น่าจะแปลว่า “ขาก” มากกว่า แบบผมเห็นใครต่อใครเค้าก็ทำกันงี้อะ เริ่มจากขากกกกก แล้วก็ ทุ้ยยยยยส์ …

สรุปว่าบ่ายเสาร์ไม่ว่างแล้วเห็นปะครับ ส่วนวันอาทิตย์ก็พาท่านเจ้าของไร่เข้าไปดูกิจการ ไปคุยก๊ะสารวัตรกำนัน, ผู้รับเหมา, ผู้เช่า และใครต่อมิใครอีกเยอะแยะ

กว่าจะได้คลานขึ้นที่นอนเนี่ยก็ล่อไป ๔ ทุ่มมั้ง แทบจะหลับกลางอากาศเลย

กลับมาอ่านทวน … บันทึกเรื่องแบดฯ มีเรื่องเกี่ยวกะแบดฯ ไม่ถึงประโยค

งั้นเล่าเพิ่มว่าทำเอ็นขาดละกันครับ และหลังจากวิจิตรบรรจงอนงคารักษ์พิทักษ์บวรสุนทรทิศา … เอ๊ย … พูดยาวเกินไปแล้ว นั่นมันชื่อประตูวัดพระแก้ว

เอาเป็นว่าพอเอ็นขาดผมก็จะเลาะเอ็นเก็บไว้ใช้ อาจจะทำราวตาก กกน. หรืออะไรก็ได้ อย่างครั้งสุดท้ายที่แน่ ๆ คือเอาไว้ซ่อมโมบายที่เอ็นเก่ามันเปื่อยขาดง่ะ

ตานี้เลยได้นั่งฟังโมบายมันล้อลมเล่นแก้เหงา … กรุ๋งกริ๋ง กรุ๋งกริ๋ง กรุ๋งกริ๋ง

พอเลาะเสร็จก็เดินไปที่ร้านค้าของคอร์ท แต่ทางจนท. เค้าบอกให้มารับเย็น … อย่ากระนั้นเลย ไปขึ้นที่อื่นดีกว่า

และก็คงไปสนามศุภฯ นั่นแหละครับ … ที่ไหนจะมีเอ็น Carlton ให้ขึ้นอีกเล่า

แล้วเจอกันใหม่คร้าบ

ฮี่ฮี่ฮี่

ป.ล. อาทิตย์ที่แล้วก็ไปนะครับ แต่ไม่ได้เล่น ก็ลืมรองเท้านี่เนาะ จะซื้อใหม่ก็เกรงใจ (กระเป๋า) เสียนี่กระไร ประกอบกับทางคอร์ทมีแต่ “ไส้ไหล” … เอ๊ย … “ไต้ไหล” … เลยต้องไถลไปก่อน

ไม่รู้สิ ผมว่าไต้ไหลมันไม่ใคร่ทนนะ

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ส.ค. ๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

มาละครับ มารายงานผลประกอบการตามปกติ … เอ … ที่จริงไม่น่าจะใช้คำนี้อีกแล้วนะ – ผลประกอบการ ก็แบบว่าป๋มมะได้เป็นโต้โผคอร์ทแบดฯ อีกแล้วนี่นา … งั้นเอาเป็นว่าขอรายงาน “การเมืองไม่ยุ่ง การมุ้งไม่เกี่ยว เล่นแบดฯ ลูกเดียว … ฮ้อแรด” ประจำสัปดาห์ละกันนะ

วันนี้ก็เหมือนกะวันไหน ๆ อะแหละ … เอ่อ … หมายถึงวันที่ได้ไปเล่นแบดฯ อะนะครับ หรือว่าถ้าจะพูดไปจริง ๆ แต่ละวันมันก็ไอ้เหมือน ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ วันตรุษ วันสารท หรือแม้กระทั่งวันเกิด ประมาณว่าที่วันเหล่านั้นมันมีความสำคัญขึ้นมาก็เพราะเราเองนั่นแหละไปให้ความสำคัญก๊ะมัน

ทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงของแต่ละวัน พระอาทิตย์ก็ขึ้นทางตะวันออก และตกทางทิศตะวันตกอยู่ดี

เริ่ม ๆ เข้าปัดยา (ไส้) อีกแล้วเนอะ

พูดตามจริงดูเหมือนว่าป๋มจะเขียนบันทึกได้ดีกว่าบทสนทนานะ … เอ่อ … ตั้งใจจะหมายความว่าข้อเขียนของป๋มพอจะมีคนติดตามอ่านบ้าง และบางท่านรู้สึกสนุกสนาน ได้รับความรื่นเริงบันเทิงใจว่างั้นเหอะ

โดยเฉพาะเวลาเขียนเรื่องโป๊ ๆ … อุอุอุ

แต่มะไหร่ก็ตามที่เริ่มพูดคุย ก็จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยเอ่ยปากว่า – ป๋มคุยไม่สนุก

แม้แต่แควนป๋มเองก็เหอะ

จ๋งจั๋ยอีตอนจีบได้สำเร็จจะเป็นเพราะจดหมาย … อิอิอิ

อ้อ … แต่มีคนยกยอป๋มบ้างนิด ๆ เหมือนกันนะ ประมาณว่าคุยกะป๋มแล้วได้ฟามรู้ดี … ความข้อนี้แปลไทยเป็นไทยว่าคุยได้น่าเบื่ออยู่ดี เพราะไอ้วิชาการนั่น มันน่าเบื่อโดยเนื้อแท้ของมันอยู่แล้วใช่ปะครับ?

อยากจะสรุปว่าเพราะมีนิสัยเป็นครูมั้ง เลยเที่ยวได้ให้ข้อมูลชาวบ้านเค้าอยู่ร่ำ …

แล้วก็มานึกถึงข้อสังเกตของท่านนึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่าในปัจจุบันผู้คนจะเขียนเพื่อสนทนามากกว่าจะคุยกันตรง ๆ ยกตัวอย่างสามารถเม้นท์ใน fb หรือในกระทู้ได้เป็นฉาก ๆ แต่จะนั่งเป็นเบื้อเป็นใบ้เมื่อเจอกลุ่มเพื่อน

หรือในทำนองเดียวกัน จะสามารถเขียนได้เป็นคุ้งเป็นแควผ่าน smart phone แต่ไม่เคยใช้ smart phone เพื่อคุยกันโดยตรงเลย

เขียนเรื่องไรต่อดีล่ะ เขียนเรื่องแบดฯ เลยละกัน เพราะเคยมีคนท้วงว่าบันทึกเรื่องเล่นแบดฯ ของผมบางครั้งมีเรื่องเล่นแบดฯอยู่แค่บรรทัดสองบรรทัด

อย่ากระนั้นเลยเรามาเขียนให้เยอะขึ้นอีกหน่อย … เป็นสามบรรทัดดีไหม? …

วันนี้หะแรกมีปัญหานิดหน่อยครับ คือคอร์ท buffer ของเรา หมายถึงคอร์ทที่ถ้าคนเยอะก็เปิด ถ้าคนน้อยก็อย่าไปยุ่งกะมัน ดันมีคนเช่าอะดิ แล้วสมาชิกก็ (ดัน) มากันเยอะแยะ

เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับโต้โผทุกคน เรียกได้ว่าคนน้อยก็ปวดเฮด คนมากก็ปวดสะแมนแตน

อย่าถามว่าแปลว่าอะไระครับ คือแบบว่าเจ้าของสำนวนนี้ตายไปแย้วอะ … ป๋มแค่ขอหยิบขอยืมเอามาใช้

แต่ถ้าใครอยากรู้จริง ๆ ก็จุดธูปถามเอาเน้อ … เทิ่ง สติเฟื่อง ง่ะ

แปลไทยเป็นไทย (อีกที) ว่าในช่วงเช้าเราเปิดได้แค่ ๓ คอร์ท

ป๋มมองซ้ายมองขวาแล้วก็หาวิธีแก้ปัญหา คือเราเก๊าะไปขอเล่นกะน้องใหม่คู่นั้น คู่ที่มาใช้คอร์ท buffer ของเราดิ

เพียงแต่อีตอนไปหยิบลูก ท่านโต้โผท่านซักไซ้ไล่เรียงเอาหน่อยเท่านั้นเองว่าจะเอาไปให้ใคร แต่พอบอกว่าจะไปขอเล่นกะคอร์ทอื่น ท่านก็เลยกำชับเอาว่าไม่ขายนะคะ กลัวลูกไม่พอ

คือมันเป็นมารยาทสากลใช่ปะครับ คอร์ทของเค้า ลูกเก๊าะต้องของเรา

แต่พอป๋มไปประเดิมเท่านั้นแหละ ตานี้คู่อื่น ๆ ก็ตามกันมาสลอน จนกระทั่งคอร์ทของน้องเค้าหมดเวลาแล้ว ท่านโต้โผก็ยังชวนน้องเค้าเล่นต่อ เรียกว่านโยบายกลืนคอร์ทอะเนอะ

เชื่อได้ว่าท่านคงชักชวนให้มารวมกลุ่มโดยไม่ต้องเปิดคอร์ทเองแหงม ๆ …

จากที่ว่ามาทั้งหมดแปลว่าเราได้คอร์ทที่ ๔ แล้วถูกปะ แล้วอีกมิช้ามินานเราก็ได้คอร์ทที่ ๕ เรียกว่าได้เล่นกันทั่วหน้า มากบ้างน้อยบ้างตามประสา

เพราะอย่าลืมว่าโต้โผก็คน ย่อมมีผิดมีพลาดมีพลั้งไปเป็นของธรรมดา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ผมเห็นท่านโต้โผได้ลงเล่นน้อยมาก เรียกว่าเสียสละให้มวลสมาชิกอะเนอะ

ฉะนั้นเพื่อนที่น้อยอกน้อยใจว่ามาเร็วมาช้าก็ได้เล่นแค่ ๓ เซ็ท ๖ เกม ก็จงตั้งจิตให้อภัยกันเสียเถิด

รับรองได้ว่าท่านโต้โผได้เล่นน้อยกว่านั้นแน่ ๆ

แล้วเจอกันใหม่คร้าบ

ฮี่ฮี่ฮี่

ป๋อหลอ ที่จริงผมก็ได้เล่นแค่ ๓ เซ็ท ๖ เกมเหมือนกันนะ ถ้าไม่นับเซ็ทที่ไปขอคอร์ทอื่นเล่นอีก ๑ เซ็ทง่ะ

ส่วนคนอื่นที่เค้าได้เล่นมากฝ่าเรา ก็อย่าไปติดใจเล้ย เป็นเพราะเค้า present ตัวได้ดีฝ่าเรางั้ย

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

เสาร์ที่ ๑๑ ส.ค. ๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

กลับมาละครับหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน แต่ที่จริงแล้วผมหายหน้าไปจากคอร์ทแค่เสาร์เดียว ส่วนเสาร์ก่อนหน้านั้นเบี้ยวทำรายงาน เหตุเพราะไม่ว่างเอาจริง ๆ

ผมหมายถึงเสาร์ที่ ๒๘ กรกฎาฯ น่ะครับ

คือตอนเช้าน่ะไปตีแบดฯ ที่คอร์ทตีโต้ตามปกติ และพอตีเสร็จก็วิ่งไปศูนย์ราชการที่แจ้งวัฒนะโน่น วิ่งไปหาเพื่อนน่ะครับ เค้ามาจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมฯ ตอนแรกที่คุยกันผมยังพูดเลยว่าจะมีคนมาชมนิทรรศการหรือ ประมาณว่าสมเด็จฯ พระองค์นี้มีประชาชนรักมากน้อยแค่ไหนก็เป็นที่รู้ ๆ กัน

ถ้าเป็นวันธรรมดาอาจจะมีข้าราชการที่ทำงานในนั้นแวะเวียนมาดูบ้าง แต่สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์น่าจะผีหลอกมั้ง หรือไม่ก็พวกเจ้าหน้าที่ประจำนิทรรศการนั่นแหละคงจะต้องเดินชมกันเอง

สรุปก็คือผมไปฉกตัวเค้ามาจากงาน กินข้าวด้วยกันนิดหน่อย ฝอยกันอีกเล็ก ๆ แล้วเก๊าะเอาไปส่งคืนที่งาน

ปรากฏว่าเจ้าเพื่อนโวยวายมาตามสาย … เค้ากลับกันหมดแร้วววว … ปิดไฟหมดแร้วววว

ผมก็เลยบอกว่า … เออ … เอ็งก็นั่งรถเครื่องกลับโรงแรมไปละกัน รถติดว่ะ ย้อนไปรับมะไหวหรอก

จากนั้นก็เข้าบ้าน รีบเร่งทำกับข้าวจนเสร็จ … แต่ทว่าเย็นนั้นไม่มีคนกลับมากินข้าวบ้านซักคน … เฮ้ออออ … เก๊กซิมซี่

แล้ววันอาทิตย์ก็เข้าไร่ วันจันทร์ก็ยุ่งแต่เช้าจนเย็น พอวันอังคารเข้าไร่อีกละ … เลยไม่ได้เขียนรายงานนั่นแล

เห็นปะ เขียนมาตั้งนาน ก็จะแก้ตัวนี่ล่ะ

ส่วนเสาร์ที่ ๔ สิงหาฯ นั่นไม่ว่างจริง ๆ ครับ ยังอยู่ไร่นู่นเลย กว่าจะได้ออกจากที่นั่นก็ประมาณเที่ยงครึ่ง ทางนี้เล่นกันจนเลิกแล้วมั้ง

พอวันอาทิตย์ก็เข้าไร่ใหม่ เช้าไปเย็นกลับ และวันอังคารก็ไปไร่ใหม่ เพิ่งกลับมาเมื่อบ่ายวันศุกร์นี่เอง

เรียกว่าตอนนี้กินไร่นอนไร่เสียเป็นส่วนใหญ่ฮับ

ได้โหม่หน้ามาเห็นแสงสีกะเค้าบ้างอาทิตย์ละวันสองวัน แต่พูดจริง ๆ ให้ตายเหอะ … ถ้าไม่ติดอยากเล่นแบดฯ นะ – อยู่นู่นถาวรไปแร้ววว

สำหรับเช้าวันนี้ไม่มีอะไรผิดปกตินะครับ เก๊าะไปเล่นแบดฯ อะแหละ หนุกมากมั่งน้อยมั่งตามประสา หนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่ท่านโต้โผจัดให้ เว้นแต่เซ็ทสุดท้ายที่จัดกันเอง

เชื่อหรือหาไม่ว่าชายคู่แพ้หญิงคู่ ๒-๐ ง่ะ … โฮ โฮ โฮ

เลยต้องซับน้ำตาด้วยสเต๊กเนื้อที่ขึ้นป้ายไว้ว่าจานละ ๕๕ แต่เก็บเงิน ๖๐ และน้ำหวานใส่โซดาอีกแก้วละยี่ขวิบ … ไอ้เรื่องแพงน่ะไม่อยากบ่นเท่าไหร่ แต่เรื่องช้านี่สิ … ได้ใจเล้ย

แล้วเจอกันเสาร์หน้าคร้าบ

ฮี่ฮี่ฮี่

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

เสาร์ที่ ๒๑ ก.ค. ๕๕ – คอร์ทตีโต เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

มาละ มาช้า ตะว่าต้องมา มาแบบกะปลกกะเปลี้ยด้วยซ้ำไป …

คือจริง ๆ ก็เหนื่อยมาตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาแล้วล่ะครับ ได้พักวันพุธหน่อยนึง แล้วก็ยาวมาพะหัสกะศุกร์ เดินก้ม ๆ เงย ๆ ไม่รู้กี่โลต่อกี่โล จากนั้นก็ขับรถเล่นชมวิวไปเรื่อย ๆ น่าจะอีกราว ๆ ๕ ชั่วโมงมั้ง กว่าจะได้นอน

และเวลานอน ก็ได้นอนแป๊บ ๆ น่าจะราว ๆ ๕ ชั่วโมง เพราะว่าตื่นตั้งแต่ตอนตี ๒ ครึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็แปลกแต่จริงนะครับ ประมาณว่าสมัยก่อนจะนอนวันละ ๖ ชั่วโมง ครบเมื่อไหร่ตื่นเมื่อนั้น แต่ตอนนี้หดเข้าเหลือแค่ ๕ ชั่วโมง

กะว่าถ้าหดไปหดมาเหลือแค่ชั่วโมงเดียวต่อวันเมื่อไหร่ ก็น่าจะได้เวลานอนพักยาวเสียละกะละมัง … หุหุหุ

จากนั้นก็ออกไปจ๊อกกิ้งแลกกะการที่ไม่ต้องเดินไปเดินมาในไร่ แล้วก็มาตากผ้า … แม่จ้าว … ซักทีเดียว ๓ ตู้ง่ะ ราวแทบไม่พอตาก ซึ่งที่จริงก็ไม่พอหรอกครับ ต้องทำราวขึ้นใหม่เดี๋ยวนั้นอีกราวนึง

เดี๋ยวตอนเก็บก็คงจะสนุกดี … อีก ๓ ตะกร้ามั้ง

ตากผ้าเสร็จก็ไปล้างรถ แล้วก็ล้างโรงรถ ตามด้วยผลุนผลันไปอาบน้ำอาบท่าเพราะผู้โดยสารมาคอยท่าอยู่แล้ว

พูดถึงตรงนี้คิดว่าคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ คงไม่รู้จักสำนวนนี้ ยกตัวอย่างเช่น … มาทำไมล่ะนั่น … อ๋อ … มาท่าพระ …

เอ่อ … ถ้าใครรู้จักหรือไม่รู้จัก รบกวนบอกหน่อยก็ดีนะครับ จะได้ทำสถิติไปด้วยในตัว

พอป๋มไปถึงคอร์ทด้วยอารามหิว ก็แวะกินเกี้ยมอี๋น้ำเสีย ๑ ชาม แล้วค่อยไปน็อคลูก จะว่าไปก็แปลก ตอน ๙ ครึ่งนั่นมีสมาชิกมาน้อยมาก น่าจะราว ๆ ๘ คนมั้ง

แต่ไหงต้องเปิด ๔ คอร์ทก็ไม่รู้เหมือนกัน …

หมายถึงทยอยเปิดนะครับ เพราะสมาชิกมากันเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ

สำหรับวันนี้ขอไม่พูดเรื่องการทักทายละ เพราะมีสารพัดชนิด ไม่ว่าจะพยักหน้าให้ ก้มหัวให้ ยกมือไหว้สวัสดี หรือแม้แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอเล่นจบเกมจบเซ็ท ไหงกลับยกมือไหว้กันได้ทุกคน ก็แปลกดีเหมือนกัน

อันที่จริงการยกมือไหว้ทักทายเนี่ย มันไม่ได้แสดงถึงความเคารพซักเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะถ้าเคารพกันจริง ๆ มันต้องกราบ!

แต่อย่างที่อยากจะพูดวันนี้น่าจะเป็นการลาจาก เพราะประสบมาซึ่งหน้าจั๋ง ๆ กับสมาชิกท่านนึงซึ่งที่ไม่เคยทักทายผมหรอกนะ ทั้ง ๆ ที่เคยเล่นด้วยกัน และก็ในเมื่อเด็กไม่ทัก ผู้ใหญ่จะไปทักได้ยังไง … จริงปะ?

คือบังเอิญว่าเราเดินเลี้ยวมาจ๊ะกันเต็ม ๆ ขณะจะกลับบ้าน … น้องเค้าใช้วิธีโบกมืออำลาแฮะ … อ้อ … ใช้ธรรมเนียมฮั้วหรั่ง

รวมความแล้วก๊วนเราเนี่ยมีสารพัดธรรมเนียมเลยนะ ไม่ว่าไทย จีน หรือฝรั่ง

หรืออาจจะมียวน … เอ๊ย … ญวนปนมาบ้างก็เป็นได้

แล้วเจอกันใหม่คร้าบ

ฮี่ฮี่ฮี่

ป.ล. วันนี้เพิ่งจะนินทารุ่นเล็กมาหยก ๆ ประมาณว่าพอลับหลังพ่อแม่แล้ว น้อยคนนักที่จะยังยกมือไหว้สวัสดีพวกลุง ๆ ป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้จักแน่ ๆ อยู่แล้ว

เค้าว่ากันว่าเด็กจำผู้ใหญ่แม่นกว่าผู้ใหญ่จำเด็กไม่ใช่หรือ?

ซึ่งก็คงต้องขอชมคุณหนุ่ยไว้ ณ ที่นี้ ตรงที่ลูกคุณหนุ่ยยกมือไหว้หมับทันทีที่เห็นผมเดินผ่าน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีการแนะนำกันมาก่อน เพียงเพราะเห็นผมคุยกับผู้ใหญ่ที่เค้านั่งคุยอยู่ด้วยเท่านั้นเอง

อบรมลูกได้ดีจริงครับคุณหนุ่ย

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

วันเสาร์ที่ ๑๔ ก.ค. ๕๕ – คอร์ทตีโต เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

มาละครับ มารายงานผลประกอบการตามเคย และมาหลังศุกร์ ๑๓ ฝันหวานด้วยดิ

คือช่วงนี้บ้านเมืองเราเละตุ้มเป๊ะดีนะครับ โดยเฉพาะ ตลก. ที่ไม่ค่อยตลก … เอ่อ … พูดถึงตรงนี้ถ้าจะมีใครแย้งก็ไม่ว่ากันนะครับ

ประมาณว่าเค้าว่ากันว่า ตลก. ทุกวันนี้มีอำนาจล้นฟ้า ตัดสินล่วงหน้าก็ได้ ตัดสินย้อนหลังก็ได้ ตัดสินโดยไม่มีอำนาจก็ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขียนกฎหมายขึ้นใหม่เองก็ยังได้ …

เปลี่ยนเรื่องพูดดีกว่าเนาะ ก็บอกแล้วนี่นาว่าการเมืองไม่ยุ่ง การมุ้งเราเอี่ยว … เอ๊ย … ไม่เกี่ยว … แง่ม ๆ ๆ

แต่อยากจะพูดอีกประเด็นนึงเกี่ยวกับ face book

คือ face book เนี่ยทำให้เราเห็นจุดยืน, จุดนั่ง และจุดเดินของเพื่อน ๆ ได้หลาย ๆ คน และทำไปทำมาบางคนอาจจะเลิกคบกันไปเพราะไอ้การเปิดเผยจุดยืนเนี่ยแหละ

ยกตัวอย่างเพื่อนเสื้อเหลืองคงจะคบหาไม่สนิทใจกะเพื่อนเสื้อแดงหรอก

หรืออย่างเมื่อวันก่อนมีน้องคนนึงโวยวายผมมาประมาณว่าผมไปรู้เห็นเป็นใจหรือมีรสนิยมละม้าย ๆ กะหมู่คนที่จ้วงจาบหยาบคายกะคนรักคนชอบของเค้า

ต่อว่าจนกระทั่งว่าอาจจะไหว้ไม่ลง เพราะไม่น่าเคารพอีกต่อไป

และวันนี้ก็เห็นผลทันตา – อยัมภทันตา … น้องเค้าเลิกไหว้ผมละ ใช้พยักหน้าแทน … เรียกว่าก็ยังดีที่ทัก

เพราะว่าถ้าเด็กไม่ทัก ผู้ใหญ่เค้าก็จะเดินผ่านไปง่ะ

สำหรับเรื่องที่ว่า ไอ้เราฟังแล้วก็เวรกรรม … ตกลงน้องหนูจะเลือกคบเฉพาะคนที่คิดเห็นตรงก๊ะน้องหนูเท่านั้นเลยหรือครับ?

ไม่ยอมให้เพื่อนมีเสรีทางด้านความคิดบ้างเลยหรือ?

คือต่อให้ออกกฎหมายมาบังคับให้คนรักให้คนศรัทธาใครคนใดคนหนึ่ง ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์เลย … ใจคนจะไปบังคับได้ไง

คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อนะหนูนะ … ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าผืนเสื่อกะผืนหนังอะไรมันใหญ่กว่ากันเท่านั้นเอง

ขอยกตัวอย่างอีกที เมื่อวันก่อนผมเห็นน้องคนนึงบ่นจังเลยประมาณว่าเพื่อนผิดนัด ไม่รักษาเวลา ไม่เห็นว่าเวลาเรามีค่า พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ฯลฯ เรียกว่าหูชาเลยทีเดียวแหละ ถ้าใครบังเอิญเป็นคู่กรณี

ผมอ่านแล้วก็เห็นขำ … เออเนาะคนเรา … เวลาคนอื่นผิดนัดเรา หัวเสียแทบเป็นแทบตาย แต่ไม่ยักนึกถึงเวลาที่เราเคยผิดนัดคนอื่นเฮะ

และน้องคนนี้นี่แหละที่เคยผิดนัดผม … ผมยังไม่เคยบ่นให้ใครฟังมากมายขนาดนั้นเลย …

เป็นไปตามโคลงโลกนิติเลยแฮะ

๏ โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เมล็ดงา
ปองติฉินนินทา ห่อนเว้น
โทษตนเท่าภูผา หนักยิ่ง
ป้องปิดคิดซ่อนเร้น เรื่องร้ายหายสูญ๚ะ๛

กลับมาเรื่องตีแบดฯของเราต่อดีกว่า … วันนี้เปิด ๔ คอร์ทนะครับ แต่ยืนได้แค่ ๓ คอร์ท คือเป็นความใจดีของท่านโต้โผง่ะ มะอยากให้ใครรอนาน ตะว่าพอเข้าโค้งวัดเบญจฯ แล้ว ก็เพลา ๆ ลงหน่อยก็ดี

มะงั้นอาจต้องเรียกบริการฉุกเฉินเฮียปอฯ

ฮี่ฮี่ฮี่

ป.ล. วันนี้ผมแกงขี้เหล็กนะครับ … เก็บขี้เหล็กมาจากบ้านไร่นั่นแหละ

ไม่รู้ว่าอีกหน่อยต้องเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูไว้เชือดเองหรือเปล่านะ

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

วันอาทิตย์ที่ ๑ ก.ค. ๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

มาละครับ … มาช้าไปนิดไปหน่อย หวังว่าคงมะว่ากัน คือบังเอิญมีธุระนิดหน่อยอะครับ ต้องรีบทำให้เสร็จ ๆ จะได้แล้วใจกันไป แล้วตานี้ล่ะจะทำอะไรก็ทำ

เรื่องของเรื่อง เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจาก’ทิตย์ที่แล้วที่ป๋มเอากับข้าวไปส่งท่าน ผช.ผบ.ทบ. ที่โรงพะบาล BNH หลังจากที่ตีแบดฯ เสร็จแล้ว ซึ่งก็แปลว่าน่าจะเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว กินข้าวไปแล้ว อะไรทำนองนั้น

ท่าน ผช. ของผมท่านเก๊าะเลยหอบกลับไปกินที่หอ ตานี้ท่านบังเอิญไม่ได้อยู่คนเดียวนี่ดิ เลยจำเป็นจำใจแบ่งเพื่อนร่วมห้องกินด้วย ซึ่งแปลไทยเป็นไทยว่าแย่งกันกินคนละหมุบคนละหมับมันอร่อยดี …

ฉะนั้นเมื่อวานซืนที่ไปรับท่านกลับบ้าน ท่านเก๊าะเลยฉอ้อนว่าอยากกินอีก … คราวที่แล้วไม่พอยาขี้ฟันล่ะสิ … เก๊าะเลยต้องรีบทำเนี่ยล่ะครับ

ถ้าถามว่าทำไมต้องรีบทำ ก็คงต้องตอบว่า เพราะเด๋วก็จะต้องไปส่งท่านกลับเข้าหอเหมือนเดิมงั้ย … ไม่ทำตอนนี้แล้วจะเอาอะไรกินล่ะ

สำหรับเมนูแกงส้มมะละกอและหมูหวาน ๓ รสนั่น วันนี้เป็นปัญหากับป๋มนิดหน่อย เพราะมะละกอมันเริ่มสุกแล้ว หรืออาจจะใช้คำว่าดิบน้อยไปหน่อยก็ได้ เพราะ’นั้นก็ต้องยักเยื้องแต่พองามให้เหลืองอร่ามเรืองว่าอย่างนั้นเต๊อะ

คือสำหรับท่านที่แกงส้มเป็นก็จะทราบว่าเรามักจะใช้พริกชี้ฟ้าแห้งเป็นหลักในการผสมสีและปรุงรส แต่สำหรับบ้านป๋มนั่น เรื่องพริกชี้ฟ้าแห้งขอบอกว่าเมินเสียเถอะ – มันบ่แซบบ่นัวดอกอินาย

คือจะแกงทั้งทีมันต้องใช้พริกขี้หนูแห้งสิ!

ตะว่าไอ้การจะมานั่งเอาพริกขี้หนูแห้งแช่น้ำ แกะเอาเม็ดพริกออก และรอจนกว่าพริกจะน่าย เพื่อจะได้ตำน้ำพริกแกงนั่น มันเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะ’นั้นป๋มเลยใช้พริกขี้หนูป่นแกงครับ รวดเร็วทันใจดีไหมล่ะท่าน … พูดถึงแล้วน้ำลายสอ

แต่อย่างที่ว่ามะละกอมันเริ่มดิบน้อยละ ฉะนั้นไอ้การจะใช้พริกขี้หนูป่นแกงเหมือนเดิม เห็นทีสีสันมันจะจัดจ้านเกินไป – ไม่น่ากิน … อย่ากระนั้นเลย วันนี้เรามาแกงส้มพริกสดกันเหอะ

ว่าแล้วก็แช่มะขามเปียกเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนจะไปหั่นหมูสามชั้นให้บางซักหน่อย แล้วเอาลงกะทะเจียวด้วยไฟอ่อน ๆ ก่อนจะหันไปปรุงน้ำพริกแกงส้ม

เอ่อ … บ้านนี้, ตอนนี้เค้าใช้ผลิตภัณฑ์จากสวนกันนะครับ แปลว่าพริกก็จากสวน, มะละกอก็จากสวน มะขามเปียกยิ่งจากสวนเข้าไปใหญ่ ก็แบบว่าปีนต้นเขย่าเอง, เก็บเอง และแกะเองก๊ะมือง่ะ

ขนาดจะแกงกะทิ ยังต้องใช้มะพร้าวจากสวนตะเองเร้ยยย … ปอกมะพร้าว, เกลามะพร้าว, ต่อยมะพร้าว, ขูดมะพร้าว และลงท้ายด้วยคั้นกะทิ

ถึงไหนแล้วล่ะนั่น … อ้อ … เจียว ๓ ชั้นเกือบได้ที่ละ คือการจะเอาหมูเนื้อแดงมาทำหมูหวานน่ะ เนื้อมันมักจะแข็งกินไม่อร่อย ไอ้จะใช้ ๓ ชั้นโด๊ ๆ มันก็น่ากลัว เลยต้องเอาไปเจียวเสียก่อน … เคล็ดลับคือหลังจากเจียวด้วยไฟอ่อน ๆ แล้ว ก่อนที่จะยกขึ้นให้เร่งไฟเสียหน่อยนะครับ … จะได้กรอบทนทาน … เอ๊ย … ทนนาน

วิธีปรุงหมูหวาน ๓ รสก็ไม่มีอะไรมาก อย่าไปแค่นใช้มะนาวเหลืองอ๋อยใกล้เน่าเข้าเป็นใช้ได้ เพราะมะนาวพรรค์นั้นมันขมอะครับ ทิ้ง ๆ ไปเหอะ อย่าไปอุตริเอามาทำกับข้าวเลย ขนาดเอามาทำน้ำปลาพริกยังไม่เป็นสับปะรดขลุ่ย … มันขมง่ะ

ส่วนแกงส้มเก๊าะแกงอย่างที่ชาวบ้านเค้าแกงกันนั่นแหละครับ ปรุง ๓ รสเหมือนกัน ตะว่าเอาเปรี้ยวนำ แต่ไม่ใช่นำโด่งนะครับ เอาแต่พอกลมกล่อม

พูดถึงแกงส้ม ที่จริงตัวป๋มเองน่ะชอบกินแกงส้มสายบัว ตะว่าผู้คนที่บ้านไม่มีใครเค้าชอบด้วย เลยอดแห้งอดแล้งมานานนักหนาละ ไว้มีคนชอบเหมือนกัน จะได้ลงมือแกงซักที

พอทำกับข้าวตามคำสั่งเสร็จ ก็แบ่งบรรจุใส่กล่องใส่หม้อ แล้วก็ล้างอุปกรณ์ จากนั้นก็มานั่งอยู่หน้าจอเนี่ยล่ะครับ

สำหรับคำถามว่าทำไมมะวานป๋มถึงไม่ไปเล่นแบดฯ ก็ขอตอบว่าไปกินโต๊ะมาครับ … ทำยังกะปลวกอะเนอะ กินโต๊ะ, กินตู้, กินเตียง ฯลฯ

วันนี้มีสมาชิกมากันเยอะเหลือเกิน แต่เรามีปัญญาเปิดได้แค่ ๔ คอร์ท เพราะ’นั้นกว่าจะได้เล่นก็ต้องคอยกันนานนิด แต่สุดท้ายก็ได้เล่น ๔ เซ็ท ๘ เกมเหมือนเดิม … เพียงแต่ว่าเลยเที่ยงมาหน่อย

เอ่อ … วันนี้มีหนูน้อยน่ารักเป็นหนักหนามาเล่นด้วยคนนึงนะครับ ประมาณว่าถ้าไม่บอกว่าอายุ ๑๕ แล้ว คงจะต้องเดาว่าอายุไม่เกิน ๑๒ เป็นแน่แท้ เพราะกะส่วนสูงน่าจะยังไม่ถึงเมตรครึ่ง

แถมด้วยว่าสัญลักษณ์เพศยังไม่ปรากฏชัดเลย อาทิ กระเดือกยังไม่ขึ้น ขนหน้าแข้งยังไม่มี ส่วน pubic hair จะขึ้นหรือยังอันนี้ไม่กล้าไปขอเปิดดู

เกลือกน้องหนูเค้ายอมขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน … อุอุอุ

สรุปก็คือน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับ Growth Hormone นะครับ ไม่ใช่แพ้นมอะไรนั่นหรอก

พูดถึงแพ้นม … มะวันก่อนเห็นรูปในเน็ตเป็นเด็กทารกอะนะ ตะว่าเห็นนมที่ไหนไม่ได้ เป็นเที่ยวได้เอาปากดูด … ขนาดนมรูปปั้นยังดูดเลย … มะรู้ไปตายอดตายอยากที่ไหนมา …

ขอฝากอีกเรื่องแล้วกัน ประมาณว่าถ้าน้องหนูเค้าแพ้นมวัว แนะนำให้กินนมแพะ เพราะจากสถิติแล้ว มีผู้แพ้นมแพะน้อยกว่าน้อย และถ้าโชคร้ายยังแพ้นมแพะอยู่อีก คงต้องพึ่งนมไก่แล้วนะครับ

ไม่ได้พูดเล่นหรอกน่า นมไก่จริง ๆ นมที่ทำมาจากเนื้อไก่ง่ะ … ลองติดต่อโรงพะบาลศิริราชดูนะครับ

แล้วเจอกันใหม่อาทิตย์หน้าเน้อ

ฮี่ฮี่ฮี่

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิ.ย. ๕๕ – คอร์ทตีโต เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

สุดท้ายป๋มก็ได้ไปเล่นแบดฯ แฮะ ดีใจจัง

แต่เวลามีคนถามว่าทำไมถึงมาเล่นได้ อยู่ข้างจะกระมิดกระเมี้ยนในการบอกเหตุผลอะครับ เพราะจริง ๆ แล้วป๋มก็มีอยู่เหตุผลเดียวแหละที่จะไปได้หรือไม่ได้

เอาเป็นว่าอย่าเพ่อรู้เลยนะ – ป๋มอาย …

เช้านี้ป๋มได้ขับรถเล่นรอบเมืองเลยอะ อย่างตะแรกออกจากสาย ๒ ข้ามสะพานปิ่นเกล้า มุดเข้าเสาชิงช้า ผ่านยศเส ออกแยกปทุมวัน แล้วไปอาคารมกุฎฯ ในจุฬาฯ … แต่จำไม่ได้แล้วนะครับว่าฝั่งเนี้ยเค้าตั้งชื่อกันเองว่าฝั่งไทยหรือฝั่งลาว – เพื่อส่งผู้โดยสารคนที่ ๑

จากนั้นออกจากจุฬา ม่งหน้าไปจตุจักร เลี้ยวเข้าวิภาวดี ตรงไปแจ้งวัฒนะ แล้วก็เข้าเมืองทองธานี – เพื่อส่งผู้โดยสารคนที่ ๒

แล้วก็บึ่งข้ามสะพานพระราม ๔ ลงมาราชพฤกษ์ ต่อชัยพฤกษ์ และจบลงที่คอร์ทตีโต้เนี่ยแหละ

นั่งอ่านหนังสือ + เล่นเกมมือถืออยู่พักนึง ท่านโต้โผก็เรียกลงไปยืดเส้นยืดสาย ก็ขอบันทึกไว้ตรงนี้นะครับว่าท่านจัดการดีเหลือเกิน อุตส่าห์คอยดูคอยแลทุกข์สุขของสมาชิก

อย่างนี้น่าจะไปสมัครเป็นสมาชิก อบต. … อิอิอิ

ว่าแล้วก็เริ่มเซ็ทแรก … อุ๊บ … เริ่ม ๆ ลืมแล้วง่ะ … คิดว่าคู่กับ ชายเหวง นะครับ … ได้ไปคนละเกม

เซ็ทที่ ๒ คู่กับ คุณ Mink … เก๊าะได้คนละเกมอีกนั่นแหละ

แต่เซ็ทที่ ๓ นี่ดิ … รูดมหาราชเลย … เนี่ยแหละ คุณ Mink เค้าจะเลิกคู่ด้วยก็เพราะอย่างนี้ … อุอุอุ

แปลว่าเซ็ทที่ ๔ … อาคุงมิ้งย้ายข้ามไปฝั่งคะนู่นแย้ว … เย่

สรุปแล้ว ๔ เซ็ท ๘ เกมครับ ทั้งหนุกหนานและเหน็ดเหนื่อย

อ้อ … บันทึกไว้อีกจิ๊ด … วันนี้ท่าน admin badmintonthai มาเล่นด้วยนะครับ … แต่ไม่ได้เล่นกะป๋มหรอก … เรามันไม่เข้าขั้นนิ

เล่นเกมสุดท้ายเสร็จอีตอนอีก ๕ นาทีเที่ยง ว่าจะนั่งพักซักกะเดี๋ยว แต่นึกได้ว่าต้องไปส่งเสบียงที่ BNH ขืนไปขักช้าท่าจะหิว เลยออกโลด … แม่จ้าวโวย … รถติดแฮะ

เรื่องของเรื่องไม่ใช่ไรหรอกครับ ประมาณว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนท่าน ผช.ผบ.ทบ. บอกไว้ว่าอยากกินแกงส้มมะละกอกะหมูหวาน

คุยเสียหน่อยว่าหมูหวานของป๋มน่ะอร่อยขาดใจ เริ่มจากเอา ๓ ชั้นมาเจียวเอาน้ำมันออกให้เกือบหมด แล้วก็ปรุง ๓ รส แต่ให้หวานนำ และก่อนยกลงให้บีบมะนาวไปนิดนึง … หมูจะได้ออกประกายสดใสปิ๊งปิ๊งปิ๊ง

ตานี้กระป๋มกลับจากไร่มาตั้งตะบ่ายวันศุกร์ เลยทำเอาไว้ให้ทั้ง ๒ อย่าง … แต่บังเอิญว่าท่าน ผช.ผบ.ทบ. ธุระยุ่งจัด ไม่ได้กลับบ้านเลย

ป๋มเลยต้องเอาไปประเคนที่ BNH งัย

เฮ้ออออ … คนโสด ๆ อ่านแล้วอย่าหาเรื่องแบบป๋มเน้อ

แล้วเจอกันใหม่คร้าบ

ฮี่ฮี่ฮี่

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

เสาร์ที่ ๒๓ มิ.ย. ๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

แบบว่าความจริงน่าจะเริ่มต้นด้วย โอ๊ย โอ๊ย มากกว่านะครับ

คือน่าจะเป็นเพราะว่าป๋มเรื้อไปนาน มัวแต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ตามสำนวนท่าน admin badmintonthai อะแหละ เพราะ’นั้น’ทิตย์แรกที่มาเล่นก็ปวดแขนจนถูสบู่ด้านหลังมะได้ เอามืออ้อมไปด้านหลังมะได้ว่างั้นเถอะ

แต่มันก็ปวดอยู่ไม่กี่วันนะครับ พอ’ทิตย์ที่ ๒ เลยอวดดีไปเล่นต่อ ตานี้ปวดข้ามอาทิตย์เยย

แปลว่ามะเช้าไปเล่นทั้ง ๆ ที่ปวดนั่นแหละครับ และขอพูดให้สมน้ำหน้ากันนิด … ว่าอีตอนเล่นน่ะลืมไปเลยว่าปวดแขน เพิ่งจะมารู้สึกระบบตอนพิมพ์รายงานเนี่ยแหละ … โอ๊ย โอ๊ย …

วันนี้เปิด ๓ คอร์ทนะครับ สมาชิกมากันไม่มากไม่น้อย แต่จะเป็นเท่าไหร่ก็ไม่ได้จดไม่ได้จำ … พูดถึงตรงนี้ก็เขิน ๆ ท่าน admin เสียอีกที เพราะช่วงหลังเนี่ย ป๋มเลิกขานชื่อสมาชิกแย้ว

เหตุของผลคือตอนนี้ป๋มมะได้เป็นโต้โผ และผลของเหตุทำให้ป๋มไม่รู้จักชื่อสมาชิกหน้าใหม่ ๆ ด้วยอะดิ

อีกปัญหานึงที่ตามมา อาจจะเป็นเพราะป๋มเป็นผลิตผลของสังคมเก่า ที่ถือว่าผู้ใหญ่ไม่ทักเด็ก … แปลไทยเป็นไทยว่าถ้าเด็กคนไหนเดินกรายผ่านหน้ามาแล้วไม่ทักไม่ทาย ก็จะอยู่อย่างนั้นแหละ เรียกว่าเป็นปีก็ไม่รู้จักกัน

อาจจะคล้าย ๆ กะสุภาพขาหลุดชาวประกิตหรือเปล่ามะแน่ใจ ประมาณว่าถ้าติดเกาะกันอยู่ ๒ คน ก็จะไม่มีทางรู้จักกัน เพราะไม่มีใครแนะนำงั้ย … อุอุอุ

ย้อนกลับไปตอนเช้าอีกที … เขียนแล้วย้อนไปย้อนมาเนี่ยแปลว่าเริ่ม ๆ หมดพุงละ … ครือเช้าเนี้ยผมไปส่งผู้โดยสารแถว ๆ มาบุญครอง ราว ๆ ๘ นาฬิกา จากนั้นก็ดิ่งเข้าคอร์ท หยิบหนังสือมาว่าจะอ่าน (รอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้) บังเอิญเจอไอ้น้องคนนึงเข้ามาชวนคุย ตานี้เลยติดลมไปเลย

และเรื่องที่คุยก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านินทาคนไทยด้วยกันเนี่ยแหละ

แต่จะนินทาว่ากระไรอย่าเพ่อรู้เลยนะขอรับ

แล้วเจอกันใหม่เน้อ

ฮี่ฮี่ฮี่

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

วันเสาร์ที่ ๑๖ มิ.ย. ๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

มาแล้ว มาแล้วจ้า …

พอพูดถึงประโยคนี้ทำให้ป๋มนึกถึงรถเร่ขายของตามหมู่บ้านที่ราช’รี … คือเค้าจะเปิดเพลงอยู่เพลงนึง ซึ่งถือเป็นเพลงประจำตัวของเค้า … ชื่อเพลง “เสียเส้น” อะครับ ของ สังข์ทอง สีใส คะเนว่าน่าจะมีผู้อ่านบางคนพอจะเกิดทัน

ขอ’ญาตคัดลอกเนื้อเพลงไว้ตรงนี้นะครับ

แต่ช้าแต่เขาแห่อะไร ……………………… ไปเราไป ไปดูดีกว่า
ยกมือป้องเดินย่องเข้าไป ………………… ไม่ทันใจ เอ้าวิ่งดีกว่า
เร็วเข้าเถิด เขาเปิดจานเสียง …………….. เป็นสำเนียงเสียงโอละช่า
สุขสดชื่นค่ำคืนวันนี้ ………………………. บ้านเราดีมีหนังขายยา
โอ๊ยตาย โอ๊ยตาย …………………………. แสนอับอายรถขายน้ำปลา
หุยฮา หุยฮา ฮาหุยฮา หุยฮา หุยฮา

คนหุยฮาเรามาปล่อยไก่ ………………….. ไปไป๊ไป ไปบ้านดีกว่า
ของอะไรดีหรือไม่ดี ………………………… ในยุคนี้ต้องโฆษณา
รถเจ้ากรรมมันทำเสียเส้น …………………. ทำกรรมเวรให้เสียเวลา
หิวเต็มทีวิ่งรี่เข้าครัว ……………………….. ซวยเกินตัวครัวเอ๋ยครัวข้า
ตึกใหญ่ ๆ กินไก่กินหมู ……………………. บ้านรังหนูกินแต่น้ำปลา
โอ๊ยตาย แล้วเรา …………………………… เหลือขวดเปล่าไม่มีน้ำปลา

เครื่องสำอางขวดเท่านิ้วก้อย …………….. ร้อยสองร้อยเที่ยวหาซื้อมา
ห่วงแต่แต่งตัว (ห่วงแต่แต่งตัว) …………. แม่ทูนหัวลืมซื้อน้ำปลา (แม่ทูนหัวลืมซื้อน้ำปลา)

สำหรับเพื่อนที่อยากฟังต้น’บับ เก๊าะลองไปที่นี่นะครับ http://www.youtube.com/watch?v=dtY9BzLaFPU

สุดท้ายหวังว่าพอเพื่อน ๆ อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะรู้แล้วนะครับว่ารถที่เร่ขายของที่ว่านั่น เค้าขายอะไร … ของจำเป็นประจำครอบครัวนะนั่น

ผมถึงได้ว่าเป็๋นเพลงประจำตัวของเค้า … เพราะไม่เคยมีใครแต่งเพลงที่มีเนื้อร้องแบบนี้หรือคล้ายอย่างนี้อีกเลย ทำให้นึก ๆ ไปว่าถึงอีกสิบปียี่สิบปีผ่านไป … ก็คงต้องเปิดเพลงนี้แหละ

ส่วนแถวบ้านที่สายสองจะมีมุกเด็ด ๆ สำหรับรถขายของเหมือนกันครับ คือเค้าจะโพนทะนาว่า … อยากค้าย อยากขาย … ฟังแล้วก็ให้เอ็นดูแกมเวทนา

สรุปว่าอาชีพขายของเร่เนี่ยก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เหมือนกันนะครับ

สำหรับ’ทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ผมไปอยู่ราช’รีตั้งแต่วันอังคาร ก็อย่างที่รู้ ๆ อะครับ ไปดูเค้าปลูกกล้า แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ฝนทิ้งช่วงอะดิ ไอ้จะดันทุรังปลูกต่อก็เห็นจะไม่งาม เลยต้องพักไว้ก่อน

เห็นปะ … หยุดมา ๒ พักละ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าจะตกนะครับ และถ้าตกจริงวันพรึ่งก็ลุยปลูกต่อได้เลย

ตานี้ผมเข้าไปแล้วดันไม่มีงานทำ ก็อย่ากระนั้นกระนี้เลย เดินแต่งกิ่งยางไปพลาง ๆ ละกัน คือบริเวณลำต้นยางในระยะเอื้อมถึงเนี่ย เค้าห้ามมีกิ่งแขนงใด ๆ ไงครับ ประมาณว่าเด๋วจะลดพื้นที่ผิวในการกรีดยางได้ไปซะ แต่หลังจากยางผลัดใบและเข้าหน้าฝนเนี่ย … แตกกิ่งเป็นกุรุสเลยครับ … เลยต้องก้มหน้าห้มตาแต่งกิ่งกันงอมพระรามไป

ทำไมไม่งอมพระลักษมณ์ก็มะยู้

ปรากฏว่างานนี้ได้ผลครับ … คือผมหอบเสียมะมี … เอ่อ …ไม่ได้คุยว่ามีที่เยอะแยะจนเดินหอบหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องเดินดูไปทีละต้นทีละแถวไงครับ เพราะ’นั้นระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตร อาจต้องเดินซิกไปแซกมาเป็นโลก็ได้

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

กลับมาเรื่องเล่นแบดฯ ของเราต่อดีกว่า … วันนี้เปิด ๔ คอร์ทครับ ส่วนผมได้เล่น ๔ เซ็ท ๘ เกม … หนุกดีครับ

แล้วเจอกันใหม่เน้อ

ฮี่ฮี่ฮี่

ป.ล. บันทึกเล่นแบดฯ นะเนี่ย มีอยู่บรรทัดเดียวเองแหละ อิ๊ อิ๊ อิ๊

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off

วันเสาร์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ – คอร์ทตีโต้ เจริญนคร ๑๔

แหะ แหะ

กลับมาละครับ … พอกลับมาก็ย้อนกลับไปดูข้อมูลเก่า ๆ … อ้อ … เราเขียนบันทึกครั้งสุดท้ายวันที่ ๖ พ.ค. ๕๕ … แปลว่าได้เล่นแบดฯ วันสุดท้ายวันนั้นจริง ๆ

เพราะหลังจากนั้นมามีธุรกิจยุ่งเหยิงรอบกะเอว แปลไทยเป็นไทยว่าไม่ได้นอกใจใครซักกะติ๊ด ใช่ว่าจะดอดไปเล่นคอร์ทนู้นคอร์ทนี้ซะเมิ่อไหร่ หากแต่ในข้อเท็จจริงคือ-ไม่ได้เล่นเลย

และถ้าหากจะมีคำถามว่าเมื่อไม่ได้เล่นแล้วไปทำอะไรมา ก็ขอตอบว่าเข้าไร่ตลอดครับ เรื่องไถ, เรื่องแปร, เรื่องกล้าฯ, เรื่องปุ๋ย เยอะแยะตาแป๊ะไก๋

อ้อ … ยังมีเรื่องหญ้าอีกนะครับ … ก็เริ่มเข้าหน้าฝนแล้วนี่นา ประดาวัชพืชพอได้รับฝนก็ทะลึ่งพรวด ๆ ตามถากตามถอนกันไม่หวาดไม่ไหว

มิน่าล่ะ ชาวไร่อาชีพถึงได้เจ็บป่วยกันนัก เพราะเดี๋ยวก็ฉีดยา (ฆ่าหญ้า) เดี๋ยวก็ฉีดปุ๋ย … แล้วเครื่องป้องกันก็ไม่ค่อยจะมี อย่างมากก็แค่ใส่บู้ทยาง แต่ไม่ยักจะค่อยใส่ถุงมือยาง … ส่วนถุงยางนั่นจะใส่หรือไม่ อันนี้ไม่ซับทราบได้ … อิอิอิ

และสำหรับที่วันนี้ไปเล่นแบดฯ ได้ เป็นเพราะฝนนั่นแหละครับ คือฝนที่ราช’รีทิ้งช่วง ไอ้เราจะดันทุรังปลูกต่อไปก็รังแต่จะเสียหายมากขึ้น เลยหยุดพักซักกะติ๊ด

ขอ’ญาตย้อนกลับมาเล่าแต่แรกนิดนึง คือกล้ายางฯ น่ะมาแล้วตั้งตะต้นเดือน ๕ แต่เนื่องจากเค้าพลัดที่นาคาที่อยู่รอนแรมมาไกล (จากตรัง) เก๊าะเลยต้องปลูกโรงให้เค้าพักซักครู่ใหญ่ ๆ ซึ่งตามกติกาก็ต้อง ๗-๑๐ วันแหละครับ กว่าจะโยกย้ายเอาไปปลูกได้

ตานี้ปุ๋ยอินทรีย์ที่จะใช้รองก้นหลุมมันดันมาช้าอะดิ เล่นมาซะปลายเดือนนู่น ทำให้ปลูกไม่ได้อีก

สุดท้ายกว่าจะได้ลงมือปลูกกันจริง ๆ ก็ปาเข้าไปวันที่ ๑ มิ.ย. ๕๕

แต่ไม่นับการปลูก “ต้นแรก” นะ เพราะต้นแรกนั่นปลูกไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๕ พ.ค. ๕๕ แย้ว … นัยว่าฤกษ์ดี – ตามคำสั่งเจ้าของสวน

และตอนนี้มีความสามารถปลูกได้วันละ ๕๐๐ ต้น – คนงาน ๗ คน + หัวหน้างานอีกคนนึง เพราะ’นั้นกว่าจะปลูกครบ ๘,๐๐๐ ต้นเนี่ยคงใช้เวลาประมาณ ๑๖ วันแหละ

เรียกว่าคงใช้เวลาปลูกเดือนมิ.ย.เนี่ยเกือบทั้งเดือน … เพราะผู้คนแถวนั้นเค้าจะหยุดงานวันพุธกันอะครับ

กลับมาเรื่องแบดฯ ของเราดีกว่า … แม่เจ้าโวย … ไหงวันนี้ผู้คนมากหน้าหลายตากันจริง ไม่รู้จักไปกว่าครึ่ง … เอ๊ะ … หรือเกือบครึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

เรียกว่าต้องเปิด ๕ คอร์ทแหละถึงจะพอเล่น

แล้ววันนี้เล่นไปกี่เซ็ทหวา … น่าจะ ๕ เซ็ท ๑๐ เกมนะครับ

จ๋งจั๋ยว่าคืนนี้ได้นอนร้องครางฮือ ๆ เพราะปวดแขนเป็นแน่แท้ทีเดียวเจียว … ก็ไม่ได้เล่นมาเป็นเดือนแล้วนิ

ฮี่ฮี่ฮี่

หมวดหมู่จ่า: บ้านนายก๊อง ห้องครูไหว  Comments off